นายแมทธิว กิจโอธาน

ประธานกรรมการบริษัท
และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ผู้นำทั่วโลกและโดยเฉพาะประชาชนชาวไทยต่างรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 โดยพระองค์ทรงปกครองราชอาณาจักรไทยให้มีความร่มเย็นเป็นสุขมายาวนานกว่า 70 ปี คณะกรรมการและพนักงานของกลุ่มบริษัทเวฟฯ ได้ร่วมกันถวายความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 พร้อมกันกับผสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ

สำหรับปี 2559 กลุ่มบริษัทประสบกับความท้าทายในธุรกิจ ‘Lifestyle & Entertainment’ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี อย่างไรก็ตามเรายังมีความมุ่งมั่นในวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่จะเป็นผู้นำในด้าน Lifestyle & Entertainment’ โดยมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ มีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร มีความหลากหลาย พร้อมทั้งสร้างความบันเทิง เพื่อเสริมสร้างไลฟ์สไตล์ของลูกค้าหรือผู้บริโภคให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นการพัฒนาไลฟ์สไตล์ของลูกค้าหรือผู้บริโภคในด้านร้านอาหารและการศึกษา เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจดังกล่าวในกลุ่มวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว จากปัจจัยต่างๆ อันได้แก่ การเติบโตของชนชั้นกลางของประเทศ และการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รวมถึงการเติบโตของด้านธุรกิจบันเทิงของบริษัทฯ โดยรับรู้ผลประกอบการเต็มปีในปี 2560 ของการลงทุนร้อยละ 50 ในหุ้นของบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) เมื่อเดือนกรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา

สถาบันวอลล์สตรีทอิงลิช เป็นผู้นำในบริการด้านการสอนภาษาอังกฤษของประเทศไทย และผลการสำรวจในปี 2559 ยืนยันสถานะแบรนด์ชั้นนำและส่วนแบ่งทางการตลาดของสถาบันในธุรกิจให้บริการด้านการสอนภาษาอังกฤษ โดยมีจำนวนสาขาที่เปิดทำการในประเทศไทยทั้งสิ้น 10 สาขา และ 5 สาขาลูกค้านิติบุคคล โดยสาขาที่เปิดให้บริการล่าสุด ได้แก่ สาขาเซ็ลทรัลเวสเกต ซึ่งทำให้สถาบันวอลล์สตรีทอิงลิชเข้าถึงนักเรียนที่พักอาศัยในเขตปริมณฑล ทั้งนี้ โอกาสในการเติบโตด้วยการขยายสาขาของสถาบันวอลล์สตรีทอิงลิชยังมีอีกมาก จากการที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนซึ่งมีภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการติดต่อสื่อสาร ในขณะที่ทักษะทางภาษาอังกฤษของคนไทยยังอยู่ในระดับต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ในประชาคมอาเซียน

ธุรกิจร้านอาหารของบริษัท เจฟเฟอร์ เรสโตรองต์ จำกัด (“เจฟเฟอร์”) ทำให้กลุ่มบริษัทมีเครือข่ายร้านอาหารทั่วประเทศทั้งสิ้น 80 สาขา โดยเจฟเฟอร์ได้เปิดสาขาใหม่ทั้งสิ้น จำนวน 4 สาขา และปิดสาขาที่ผลประกอบการขาดทุนจำนวน 3 สาขา ส่งผลให้เจฟเฟอร์มีสาขาเพิ่มขึ้น จำนวน 1 สาขา จุดแข็งทางธุรกิจอันมีเอกลักษณ์ในกลุ่มร้านอาหารตะวันตกของเจฟเฟอร์ ซึ่งมีลูกค้าเป้าหมายเป็นกลุ่มวัยรุ่น วัยหนุ่มสาว และครอบครัว ได้สร้างรากฐานและเปิดโอกาสในการขยายเครือข่ายด้านธุรกิจอาหารของกลุ่มบริษัทไปยังอาหารประเภทอื่นๆ ทั้งนี้ ในปี 2560 เจฟเฟอร์ได้ออกแบบและเปิดตัวอัตลักษณ์ใหม่ขององค์กร เพื่อสื่อสารความสดชื่นและมีชีวิตชีวาของแบรนด์ และเพื่อให้สอดคล้องกับการมุ่งเน้นไลฟสไตล์ของลูกค้าและผู้บริโภคของเจฟเฟอร์

บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) (“อินเด็กซ์”) เป็นผู้นำด้านธุรกิจอีเว้นท์ซึ่งได้ก่อตั้งมานานกว่า 25 ปี และได้สร้างสรรค์ผลงานมากมายในแถบประเทศอินโดจีน และเป็นบริษัทอีเว้นท์คนไทยบริษัทเดียวที่ติดอันดับ 7 ของโลก จัดอันดับโดยนิตยาสาร Special Events Magazine ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยในปีที่ผ่านมา อินเด็กซ์ประสบกับความท้าทายทางธุรกิจจากการยกเลิกอีเว้นท์หลายรายการในไตรมาสที่ 4 ของปี 2559 เนื่องจากเป็นช่วงระยะเวลาที่ชาวไทยร่วมไว้อาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 อย่างไรก็ดีอินเด็กซ์จะยังคงเป็นรากฐานของธุรกิจบันเทิงและศูนย์กลางด้านความคิดสร้างสรรค์ในการให้บริการธุรกิจสื่อสารการตลาดอย่างครบวงจรของกลุ่มบริษัท โดยมีผลงานที่ประสบความสำเร็จในปี 2559 ได้แก่ รายการนางสาวไทย เดอะ เรียลลิตี้ และงานประกวดนางสาวไทย

ในปี 2559 บริษัทฯ ได้จำหน่ายไปซึ่งเงินลงทุนในบริษัท ไทยโซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (“TSE”) ในสัดส่วนร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วของ TSE เพื่อนำเงินที่ได้รับจากการจำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าวมาชำระคืนหนี้สินระยะยาวบางส่วนของบริษัทฯ ทำให้บริษัทฯ สามารถขยายธุรกิจหลักของบริษัทฯ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการเติบโตทางธุรกิจ การชำระคืนหนี้สินระยะยาวบางส่วนดังกล่าวส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ลดลงจาก 3.91 เท่า เป็น 1.68 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 2.49 เท่า เป็น 1.04 เท่า โดยภายหลังจากการจำหน่ายไปดังกล่าวบริษัทฯ ยังคงเหลือสัดส่วนการถือหุ้นใน TSE คิดเป็นร้อยละ10 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วของ TSE และ ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2559 ขนาดมูลค่าตามราคาตลาดของ TSE เท่ากับ 11,072 ล้านบาท

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีจากประกาศผลสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนปี 2559 โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยบริษัทฯ ได้รับคะแนนประเมินการกำกับดูแลกิจการสูงขึ้นจาก ‘ดีมาก’ เป็น ‘ดีเลิศ’ (เพิ่มขึ้นจาก 87 เปอร์เซ็นต์ เป็น 90 เปอร์เซ็นต์) และได้รับคะแนนประเมินสูงขึ้น จาก ‘ดีเยี่ยม’ (96 เปอร์เซ็นต์) เป็น ‘ดีเยี่ยม สมควรเป็นตัวอย่าง’ (100 เปอร์เซ็นต์) จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย จากการประเมินการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเพิ่มเติมและรักษาระดับคะแนนที่ดีในด้านการกำกับดูแลกิจการต่อไป

เราจะยังคงดำเนินแนวทางในการปรับเปลี่ยนกลุ่มบริษัทเวฟฯ ให้เป็นผู้นำในหมวด Lifestyle and Entertainment ทั้งโดยการขยายตัวจากศักยภาพภายในองค์กรเองและจากการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มโอกาสและการเติบโตของธุรกิจทั้งในประเทศและบนเวทีภูมิภาคอาเซียนใน 3 หมวดธุรกิจ.ได้แก่ อาหาร การศึกษาและบันเทิง ในนามของคณะกรรมการกลุ่มบริษัทเวฟฯ กระผมขอแสดงความขอบคุณจากใจจริง ต่อกำลังใจ แรงสนับสนุน และความเชื่อมั่นที่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน ลูกค้า หุ้นส่วน หน่วยงานราชการ และพนักงานทุกท่าน ที่มีต่อกลุ่มบริษัทเวฟฯ ตลอดมา